Neutrogena

ครีมกันแดดที่ดีที่สุดสำหรับวิ่งและกีฬากลางแจ้ง: SPF 70+ ที่ไม่แสบตา

ครีมกันแดดที่ดีที่สุดสำหรับวิ่งและกีฬากลางแจ้ง: SPF 70+ ที่ไม่แสบตา

ไม่ว่าคุณจะซ้อมวิ่งมาราธอน วิ่งเทรล หรือแค่สะสมระยะทางในแต่ละวัน การปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นักวิ่งและนักกีฬากลางแจ้งต้องเผชิญกับความท้าทายเฉพาะตัว เช่น เหงื่อที่ชะล้างครีมกันแดด การโดนแสงแดดเป็นเวลานาน และอาการแสบตาที่น่ากลัวเมื่อครีมไหลเข้าตา ทางออกคือการเลือกครีมกันแดดที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับกีฬา ทนเหงื่อ และมีค่า SPF สูง ในคู่มือนี้ เราจะอธิบายถึงสิ่งที่ควรมองหาในครีมกันแดดสำหรับนักวิ่ง เหตุใด SPF 70+ จึงจำเป็น และวิธีปกป้องใบหน้าโดยไม่ระคายเคือง

ทำไมนักวิ่งถึงต้องการครีมกันแดดเฉพาะทาง

ครีมกันแดดทั่วไปมักจะใช้ไม่ได้ผลภายใต้ความต้องการของกีฬาที่ใช้ความอดทน เหงื่อ การเสียดสีจากหมวกหรือแว่นกันแดด และการสัมผัสใบหน้าบ่อยครั้งสามารถลดประสิทธิภาพการปกป้องได้ สำหรับนักวิ่ง ครีมกันแดดที่ทนเหงื่อ ไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือย แต่เป็นสิ่งจำเป็น American Academy of Dermatology แนะนำ SPF อย่างน้อย 30 แต่สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน SPF 70+ ให้ความปลอดภัยที่มากกว่า นักวิ่งยังต้องการสูตรที่กันน้ำซึ่งอยู่ได้นานถึง 80 นาที แต่ถึงอย่างนั้น การทาซ้ำก็เป็นสิ่งสำคัญ

คุณสมบัติสำคัญของครีมกันแดดที่ดีที่สุดสำหรับนักวิ่ง

ครีมกันแดดบางชนิดไม่ได้ถูกสร้างมาให้เท่าเทียมกันสำหรับการใช้งานที่ต้องเคลื่อนไหว ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ:

ตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับครีมกันแดดกีฬา SPF 70+

1. Neutrogena Invisible Daily Defense Sunscreen Lotion SPF 60+

แม้จะระบุ SPF 60 แต่ Neutrogena Invisible Daily Defense Sunscreen Lotion, Broad Spectrum SPF 60+, ปราศจาก Oxybenzone และกันน้ำ, ปกป้องจากแสงแดดและมลภาวะ, มี Antioxidant Complex, ขนาด 3.0 fl. oz นี้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับนักวิ่ง เป็นสูตรที่ปราศจาก oxybenzone กันน้ำได้นาน 80 นาที และมี antioxidant complex เพื่อต่อสู้กับมลภาวะ สูตรที่มองไม่เห็นไม่ทิ้งคราบขาว และเนื้อบางเบาจะไม่ทำให้รู้สึกหนักระหว่างวิ่งระยะไกล ผู้ใช้หลายคนรายงานว่าระคายเคืองตาน้อยที่สุด ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทั้งใบหน้าและร่างกาย

2. Mineral vs. Chemical: แบบไหนดีกว่าสำหรับกีฬา?

ครีมกันแดดแบบ mineral (zinc oxide, titanium dioxide) มีโอกาสน้อยที่จะแสบตา แต่ให้ความรู้สึกหนากว่า ครีมกันแดดแบบ chemical (avobenzone, octisalate) ซึมซาบเร็วกว่าและมักจะทนเหงื่อได้ดีกว่า สำหรับนักวิ่ง ครีมกันแดดแบบผสมหรือแบบ chemical ที่มีสูตรดีมักจะดีที่สุด มองหาคำว่า “non-comedogenic” และ “sweat-resistant” บนฉลาก

วิธีทาครีมกันแดดสำหรับการวิ่ง: คำแนะนำทีละขั้นตอน

การทาที่ถูกต้องช่วยให้ได้รับการปกป้องสูงสุด ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:

  1. ทาก่อนออกไป 15-30 นาที เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยึดเกาะกับผิว
  2. ใช้ปริมาณที่เพียงพอ: ประมาณ 1 ช้อนชาสำหรับใบหน้าและลำคอ และขนาดเท่าแก้วชอตสำหรับร่างกาย
  3. อย่าลืมหู ริมฝีปาก และหลังคอ—บริเวณเหล่านี้เป็นจุดที่ถูกแดดเผาบ่อยสำหรับนักวิ่ง
  4. ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือทันทีหลังจากเหงื่อออกมากหรือเช็ดตัว สำหรับการวิ่งที่เกิน 80 นาที ให้พกครีมกันแดดขนาดพกพาหรือใช้ครีมกันแดดแบบแท่งเพื่อการทาซ้ำที่ง่ายดาย

ครีมกันแดดและอาการแสบตา: สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

อาการแสบตาเป็นปัญหาที่พบบ่อยในนักวิ่ง สาเหตุมักมาจากสารกรองแบบ chemical เช่น avobenzone หรือ oxybenzone ที่สลายตัวเป็นสารระคายเคืองเมื่อผสมกับเหงื่อ เพื่อลดอาการแสบ:

วิธีจับคู่ครีมกันแดดกับสกินแคร์อื่นๆ ในวันที่ต้องเคลื่อนไหว

หากคุณวิ่งในตอนเช้า สกินแคร์ก่อนวิ่งควรน้อยที่สุด การทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบาแล้วตามด้วยครีมกันแดดเป็นสิ่งที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงเซรั่มหรือน้ำมันที่เข้มข้นซึ่งอาจผสมกับเหงื่อและทำให้เกิดการระคายเคือง หลังวิ่ง ให้ใช้คลีนเซอร์ที่ผ่อนคลาย เช่น Neutrogena Facial Cleansing Bar Treatment for Acne-Prone Skin, สูตร Non-Medicated และ Glycerin-Rich Hypoallergenic ที่ไม่มี Detergents หรือ Dyes, ขนาด 3.5 oz (แพ็ค 2 ชิ้น) เพื่อขจัดเหงื่อ ครีมกันแดด และสิ่งสกปรกอย่างอ่อนโยนโดยไม่ทำให้ผิวแห้ง สูตรที่อุดมด้วย glycerin ให้ความชุ่มชื้นและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้—เหมาะสำหรับผิวที่บอบบางหลังวิ่ง

การปกป้องผิวร่างกาย: อย่าลืมแขนและขาของคุณ

นักวิ่งมักให้ความสำคัญกับการปกป้องใบหน้าแต่กลับละเลยร่างกาย เพื่อการปกปิดที่ทั่วถึง ให้เลือกครีมกันแดดสำหรับร่างกายที่มี SPF 70+ และทนเหงื่อ มองหาโลชั่นหรือสเปรย์ที่ไม่มันและซึมซาบเร็ว ทาอย่างทั่วถึงที่แขน ขา และผิวที่เปิดโล่ง หากคุณสวมเสื้อกล้ามหรือกางเกงขาสั้น ให้ทาซ้ำระหว่างวิ่งหากเป็นไปได้

ครีมกันแดดและผิวที่เป็นสิวง่าย: Non-Comedogenic คือกุญแจสำคัญ

ผิวที่เคลื่อนไหวมีแนวโน้มที่จะเกิดสิวจากเหงื่อและการเสียดสี การเลือกครีมกันแดดแบบ non-comedogenic เป็นสิ่งสำคัญ Neutrogena Invisible Daily Defense เป็นสูตร non-comedogenic และไม่อุดตันรูขุมขน สำหรับการควบคุมสิวเพิ่มเติม ให้ลองใช้คลีนเซอร์ขัดผิวอย่างอ่อนโยน เช่น Neutrogena Oil-Free Acne Face Wash Pink Grapefruit Foaming Scrub - Facial Cleanser with Salicylic Acid for Clear Skin, Exfoliating Acne Treatment for Oily Face, ขนาด 6.7 fl. oz., 3-Pack ในวันที่ไม่ได้วิ่งเพื่อให้รูขุมขนสะอาด อย่างไรก็ตาม หลีกเลี่ยงการขัดผิวก่อนวิ่ง เพราะอาจเพิ่มความไวต่อแสงแดด

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการทาซ้ำระหว่างวิ่งระยะไกล

สำหรับการวิ่งที่กินเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง การทาซ้ำเป็นสิ่งสำคัญ วิธีดังนี้:

ข้อควรพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อม: ตัวเลือกที่ปลอดภัยต่อแนวปะการังและย่อยสลายได้

นักวิ่งหลายคนใส่ใจสิ่งแวดล้อม มองหาครีมกันแดดที่ระบุว่า “reef-safe” หรือ “biodegradable” เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำ Neutrogena Invisible Daily Defense ปราศจาก oxybenzone ซึ่งดีต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล ตรวจสอบรายการส่วนผสมเพื่อหา octinoxate และ oxybenzone ซึ่งถูกห้ามในบางภูมิภาคเสมอ

เคล็ดลับสุดท้ายสำหรับการวิ่งที่ปลอดภัยจากแสงแดด

การปกป้องจากแสงแดดเป็นความมุ่งมั่นตลอดทั้งปี แม้ในวันที่มีเมฆมาก รังสี UV สามารถทะลุผ่านเมฆและก่อให้เกิดความเสียหายระหว่างการวิ่งระยะไกล จับคู่ครีมกันแดดของคุณกับแว่นกันแดดที่ป้องกันรังสี UV หมวก และเสื้อแขนยาวน้ำหนักเบาเมื่อเป็นไปได้ และจำไว้ว่า: ครีมกันแดดที่ดีที่สุดคือครีมที่คุณจะใช้อย่างสม่ำเสมอ หาสูตรที่ให้ความรู้สึกดีบนผิว ไม่แสบตา และทนทานต่อเหงื่อ

พร้อมที่จะยกระดับการปกป้องในวันวิ่งของคุณหรือยัง? สำรวจ Neutrogena Invisible Daily Defense Sunscreen Lotion, Broad Spectrum SPF 60+, ปราศจาก Oxybenzone และกันน้ำ, ปกป้องจากแสงแดดและมลภาวะ, มี Antioxidant Complex, ขนาด 3.0 fl. oz สำหรับตัวเลือกเนื้อบางเบาไม่แสบตาที่คอยปกป้องคุณทุกไมล์ ผิวของคุณจะขอบคุณ